เพลง: เรื่องนิดเดียว
คำร้อง ทำนอง: พิสุทธิ์ เกรียงบูรพา
แต่งเมื่อ: ประมาณ 2530
เหตุแห่งอารมณ์: ให้กำลังใจตังเอง ยามท้อแท้




(1)นั่งอยู่คนเดียวมันเปลี่ยว มันเหงา เขาไม่มาสนใจ
ใครจะไปทางไหน สุดแท้ แต่ใจเขา

(2)มากมาย ปัญหาที่เกิดขึ้นมา โยนไปบนท้องฟ้า
เรามันแค่ ลูกหมา ตาดำๆ


(*) สุดแท้แต่ใจของใครจะฝัน อย่าขีดคั่นมัน ด้วยความรู้สึก
ตรวจตรา ตรึกตรอง ด้วยความสำนึก ว่าลึกๆนั้นเบียดเบียน ผู้ใด แล้ว ใครๆ…..

(5)ในโลก….ไม่ โศก ไม่เศร้า เราไม่มีกังวล
ทุกข์ที่เรา ผจญ นั้นเพียง อณู

(6)หากเปรียบกับโลกที่ใหญ่เท่าฟ้า ดวงดารานับพัน
จักรวาล ยิ่งใหญ่กว่านั้น ฉันแค่ตัวนิดเดียว

….. เอาอะไรกันมาก ……. อีกไม่นานก็ตาย …… ตาย แค่ เรื่องนิดเดียว

 


เพลง มรณสติ
คำร้อง และ ทำนอง โดย พิสุทธิ์ เกรียงบูรพา
เรียบเรียงโดย ต๋อย
แรงบันดาลใจ : นึกถึง มรณสติ ( ตาย ก่อน ตาย ตามคำสอนของ ท่านพุทธทาส )

 

ดวงตะวัน แสงทองส่องพลันเริ่มวันกันใหม่
ใต้ดวงตะวันแสงทองส่องอำไพ ไม่มี สิ่งใด มีค่าเท่า เวลา

เธอเอย ขอจงได้ คิดชีวิตทุกวัน
ผู้คนมากมายหลายคนปะปนกัน ชีวิตเหล่านั้น มั่นหมายสิ่งใด

" จิต " ที่ฝึกฝน คิดค้นอุบาย ให้คลายสิ่งใดที่ยึดถือ
ก่อน ที่ จะตาย ให้มันตายไปเสียก่อน ก็คงไม่เป็นที่ทุกข์ร้อน
ก่อนที่จะนอน ให้ลองย้อนดูตน หลุดพ้น ถึงตอนสุดท้าย
ให้ตาย สบาย แสนเบา หมดตัวเรา ของเรา ทั้งมวล

" ความตาย" แม้ใครจะหมาย ได้คิดถึงมัน
ก็ทำให้ ความสำคัญ มั่นบันเทา ไม่มี ตัวเขา และ เราให้ งมงาย


เพลง ธรรมทัวร์
คำร้อง และ ทำนอง โดย พิสุทธิ์ เกรียงบูรพา
เรียบเรียงโดย ต๋อย
แรงบันดาลใจ : นึกถึง สังฆานุสติ ( รวมไปถึง พุทธานุสติ และ ธรรมานุสติ) เพื่อเสริมสร้างกำลังใจ ทำ ดีต่อไป



ยามสิ้นแรงกำลังถดถอย ผีซ้ำด้ามพลอยคอยย้ำให้เราหวั่นไหว
ครั้นอยากได้แรงใจเมื่อใด ฉันคืนสู่พงไพร เที่ยวไป นมัสการ

เขียวขจี สองฝั่งถนน ช่วยฟื้นใจคน ป่าเขาลำเนา แมกไม้
เหนือขึ้น ดอยสุเทพเกรียงไกร กราบ ครูบาศรีวิชัย ขอกำลังใจกลับมา

แอ่วลำปาง สุสานไตรลักษณ์ ระลึกถึงคุณ หลวงพ่อเกษมคนกล้า
เข้าหนองป่าพง อยากเป็นศิษย์ของ หลวงพ่อชา ผู้จุดความปรารถนาให้ฉันมองหาแก่นธรรม

ฉันยังนึกถึงคุณหลวงพ่อ สมเด็จพระพุฒาจารย์ หลวงพ่อโต พรหมรังษี
แผ่บารมี ให้ผมนี้มีชัย ศัตรู เมื่อจิตใจเราฮึดสู้ ขอพระครูจงได้คุ้มครอง

แอ่วอีสาน กราบ หลวงปู่มั่น ผู้เป็นอาจารย์ วิปัสสนาฝึกกรรมฐาน
ฝึกฝนคราวใด ได้มีพลังใจชื่นบาน เมื่อจิตเป็นกรรมฐาน เมื่อนั้นมีพลังใจ

ล่องลงใต้สู่แดนความขลัง โมกขพลาราม งามล้ำ ธรรมะ สูงส่ง
เสียงพระอ่านธรรม ตอกและ ย้ำไม่เคยหยุดลง เป็นทาสพระพุทธงามสมสมนามพุทธทาส นิรันดร์



เพลง พระปิยมหาราช บูชา
คำร้อง และ ทำนอง โดย พิสุทธิ์ เกรียงบูรพา
เรียบเรียงโดย ต๋อย
แรงบันดาลใจ : นึกถึง คาถา พระปิยมหาราชบูชา

พระพุทธเจ้าหลวง ผู้ทรงห่วงใยปวงประชา
สถิต อยู่ในทั่วหล้า ทุกถิ่นดินแดน สยาม

พระปิยมหาราช ทรงประกาศเลิกทาส ชาวไทย
พระกษัตริย์ ผู้ทรง ทศพิต ราชธรรม ค้ำจุน ประเทศไทย

พระสยาม มินโท วโร อิติ พระพุทธสังมิ อิติ อรหัง
สหัส สกายัง วรังพุทโธ นโม พุทธายะ

ทรงซึมทราบ พระธรรม คำสอนของหลวง พ่อโต
ให้รู้จัก ละวาง ความโลภ ไม่ประมาทในกาลเวลา

ยศ และ ลาภทั้งผอง หาบไป ไม่ได้แน่ มีก็เพียงได้แต่ ต้นทุนบุญกุศล
ทรัพย์สมบัติ ทิ้งให้ปวงชน แม้ร่างตน ก็เอาไปเผาไฟ

เมื่อเจ้าเกิดมานั้น มีอะไรมาด้วยเจ้า เจ้าจะเอาแต่สุข สนุกไฉน
มามือเปล่า แล้ว จะเอาอะไร เจ้าก็ไป เหมือนเจ้ามา



เพลง: แม่
คำร้อง ทำนอง: พิสุทธิ์ เกรียงบูรพา
แต่งเมื่อ: 12/8/2546 (วันแม่ที่ผ่านมา)
เหตุแห่งอารมณ์: คิดถึงแม่ และ อยากให้มีเพลงเกี่ยวกับแม่ เยอะๆ

 


เธอคือผู้ที่สร้างโลกขึ้นมา ด้วยสองมือ กายา แผ่นฟ้าไม่อาจเทียบเทียม

ผืนดินใหญ่ เกินสิ่งใดเท่าเทียม เทียบพระคุณมารดา พสุธา ดูแคบทันใด

* เธอ คือ คนที่มีความรัก มอบใจภักดิ์ รักเราไม่เคยเปลี่ยนแปร

เธอ คือ คนที่ไม่ยอมแพ้ เธอคือ แม่ ที่อยู่ เคียงข้างเรา

แม้ลำบาก นานอีกสักเท่าใด เธอไม่เคยท้อใจ สิ่งใดที่เราต้องการ

สองมือ แม่ อุ้มโอบเราขึ้นมา ค่าน้ำนม มารดาสูงค่าเกินจะทดแทน


เพลง วันมาฆบูชา
คำร้อง และ ทำนอง พิสุทธิ์ เกรียงบูรพา ( มีนาคม 2545 )
เรียบเรียงโดย เทอดศักดิ์ จันทร์ปาน ( กุมภาพันธ์ 2546)
ที่มาของแรงบันดาลใจ เมื่อวันมาฆบูชา ปี 2545, ผมได้หยิบเทปธรรมะ ของ พระพยอม กัลยาโณ มาฟัง จึงเกิดแรงบันดาลใจ ในความหมายที่ พระเดชพระคุณเจ้า ท่านได้เปรียบเปรย ว่า วันนี้ คือ วันแห่งความรัก ที่ยิ่งใหญ่ ของชาวพุทธบริษัท พึงมีแด่ พระบรมศาสดา สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า


หลักการ และ เหตุผล 1) ได้เคยมองเห็นชาวคริสต์ ที่เขามักใช้บทประพันธ์เพลงเป็นเครื่องมือสื่อสาร ในการเผยแผ่ศาสนาเขาให้เข้าใจได้ง่าย และเข้าถึง เด็กๆ และ เยาวชน
2) เพื่อรณรงค์ ให้ทราบถึง ความหมาย ความสำคัญของ วันมาฆบูชา โดย ใช้กุศโลบาย ของท่านพระพยอม กัลยาโณ ว่า เป็นวันแห่งความรักของชาวพุทธบริษัท
3) เพื่อ แสดงความหมายสังเขปของ หลักการ 3 ข้อ แห่ง โอวาทปาติโมกข์ อันว่าด้วย
1. ละชั่ว, 2. ทำดี, 3. ทำใจให้ผ่องใส ขาวรอบ



พวกเรามีความรักต่อกัน มีให้ฉัน และ มีให้เธอ
พวกเรารวมดวงใจทุกดวง ให้พระศาสดา

นี่คือวันมาฆบูชา ปรารถนาสิ่งใดให้ดี
ที่เรามาชุมนุมครั้งนี้ เพื่อพระศาสดา

วันมาฆบูชา มอบศรัทธาแด่ประมุขธรรม
ผู้นำ ผู้ตอกย้ำธรรม โอวาทปาติโมกข์

1) สิ่งใดที่ทำไม่ดี จงหลีกหนี หลีกไปให้ไกล
ตัดกรรมที่ทำชั่วใด ต่อใครทั้งปวง

2) สิ่งใดเป็นกุศลธรรม หมั่นตอกย้ำ ต้องทำให้ดี
เส้นทางในชีวิตนี้ และชีวิตหน้า

3) ขัดเกลาจิตใจของเรา ให้ดูเงาดั่งดวงพระจันทร์
จิตเดิมพวกเรานั้นงาม ดั่งประภัสสร

(สร้อย) พระพุทธเจ้าที่พวกเรามอบความภักดี เป็นผู้ชี้หนทางสิ้นทุกข์อ้างว้างทั้งปวง
สรรพสิ่งใดๆในโลกนี้ล้วนแต่มีมารยาหลอกลวง อยากจะก้าวล่วงพ้นความทุกข์ทั้งปวง
จงหยุดดวงใจของท่าน ไม่ยึดมั่นใดๆในโลก


เหมือนจะแพ้ แต่ยังไม่แพ้
Song by Add, 17 Nov 2003
ที่มา : ปรัชญา AIKIDO, 7 times down 8 times up!

 

(1) เมื่อความผิดหวัง แวะเวียนมาหา ฝันที่ บนฟากฟ้า ก็มองไม่เห็น

เมื่อใดความทุกข์ สร้างความลำเค็ญ เป็นเพราะใจเรายังไม่มั่นคง

(2) อุปสรรคขวากหนาม นั้นมีทั่วไป ทุกคนที่ก้าวเดิน ย่อมมีจุดหมาย

อยากเป็น ดังฝัน หนทาง สบาย ดุจดังดอกไม้ โปรยไว้ นั้นคงไม่มี

(3) * อาจจะมี 7 ครั้ง ที่ฉันหกล้ม โลกทั้งโลกตลก เล่นกลกับฉัน

แต่ก็มี 8 ครั้ง ฉันลุกขึ้นยืน มือสองข้างยังอยู่ ใจของเรายังสู้ ไม่ท้อ

(4) อยู่กันบน ถนน หนทางชีวิต ขอจงได้ อย่าคิด ที่จะยอมแพ้

อาจมีบางวัน ฉันดู อ่อนแอ เหมือนจะพ่ายแพ้ ที่แท้ ยังสู้หยัดยืน (ซ้ำ *)

( ตอนจบ) อาจมีบางวัน แม้เธอดูแย่ โปรดอย่ายอมแพ้ สิ้นหวัง สิ้นกำลังใจ

โปรดอย่ายอมแพ้ สิ้นหวัง สิ้นกำลังใจ


เพลง ในห้วงมหรรณพ
คำร้อง และ ทำนอง โดย พิสุทธิ์ เกรียงบูรพา
เรียบเรียงโดย ต๋อย
แรงบันดาลใจ : อธิบาย อิทัปปัจยตา ในวงกว้าง


ในห้วงมหรรณพ มิรู้จบภพยิ่งใหญ่ จวบจนผิวน้ำขึ้นไป จดนภาลัยฟากฟ้า
ฉันตัวนิดหนึ่ง ทราบซึ้งกับธรรมชาติในหล้า หมู่สัตว์ในพงพนา พักพิงพึ่งพาต่อกัน

* ธรรมชาติ พึ่งพากันต่อเนื่องกัน รวมทั้งเธอและฉันต้องเปลี่ยนแปรไป
ใครนะ ใครต่อใคร จะหาทางสู้ กฏแห่งอิทัปปัจยตา

เมื่อมีสิ่งหนึ่ง สิ่งใด ย่อมมีสิ่งใดอีกหนึ่งนั้น เมื่อสิ้นสิ่งใดลงพลัน ไม่มีสิ่งนั้น หรือ สิ่งใด
ในห้วงมหรรณพนี้ หากจะมีก็เพียงแค่ ธรรมชาติ แม้ใครดับสิ้นอุปทาน หัวใจละวางหลุดพ้น


 

> home